ทีมของคนไทย ความภูมิใจของไทย


สวัสดีครับเพื่อนๆนักแทงบอลหรือแทงบอลออนไลน์ทุกๆคนครับ สำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมสโมสรฟุตบอลน้องใหม่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย วิชัย ศรีวัฒนาประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ “เชียร์เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมของคนไทย ความภูมิใจของไทย” โดยสโมสรตั้งอยู่ที่เมืองเลสเตอร์แคว้นเลสเตอร์เชอร์ ประเทศอังกฤษ มีสนามแข่งขันชื่อ “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม”
            สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ก่อตั้งในปีค.ศ. 1884 โดยใช้ชื่อสโมสรเลสเตอร์ฟอสส์ (Leicester Fosse) ตามชื่อถนนสนามเหย้าในขณะนั้น และได้เข้าร่วมสมาคมฟุตบอลอังกฤษในปี ค.ศ. 1890 พร้อมกับย้ายสนามเหย้ามาที่สนามฟิลเบิร์ดเวย์ซึ่งตั้งอยู่บนถนนฟิลเบิร์ต ในปีค.ศ. 1891 และใช้สนามแห่งนี้ถึง 111 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ จึงได้ทำการสร้างใหม่ในปีค.ศ. 1928 ให้มีความจุถึง 32,500 ที่นั่ง และทางสโมสรได้เปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น “Leicester City Football Club” ตามชื่อเมือง จากนั้นในปีค.ศ. 2002 ได้เปิดสนามเหย้าอีกครั้งและใช้ชื่อว่า วอล์คเกอร์ สเตเดี้ยม ตามชื่อผู้สนับสนุน ต่อมาในปี 2010 กลุ่มบริษัท คิง พาวเวอร์ บริษัทจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีรายแรก และรายเดียวในประเทศไทยได้เข้าซื้อและบริหารสโมสรแห่งนี้ โดยได้พัมนาปรับปรุงสนามความจุสโมสรแห่งนี้ 42,000 ที่นั่ง และใช้ชื่อสนามแห่งนี้ว่า “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม”
            ผลงานดีที่สุดของเลสเตอร์ ซิตี้ต้องย้อนกลับไปถึงฤดูกาล 1928-29 ตอนนั้นเลสเตอร์เป็นถึงรองแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 แถมยังเคยเป็นรองแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อปี 1949, 1961, 1963 กับ 1969 แต่ในปีค.ศ. 1930 สโมสรได้ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทำให้ตกลงมาเล่นดิวิชั่น 2 อีกครั้ง และได้กลับมาผงาดขึ้นมาเล่นพรีเมียร์อีกครั้งในฤดูกาล 2003/4 ตอนนั้นมีนักเตะชื่อดังอยู่มากมายอาทิ เลส เฟอร์ดินานด์ กับ พอล ดิ๊กคอฟ ซึ่งเป็นดาวซัลโวสูงสุด 2 รายแรกของทีม รวมถึงคีธ กิลเลสพี, เจอร์รี่ แท็กการ์ต และ สเตฟเฟ่นฟรอยน์ด แต่จบด้วยอันดับ 18 จึงทำให้กลับลงมาเล่นในลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อีกครั้ง
            หลังจากนั้นอีก 5 ปี พวกเขาตกอันดับไปอยู่ในลีก วัน ก่อนจะเลื่อนชั้นกลับมาได้ภายในฤดูกาลเดียวด้วยฐานะแชมป์ฟุตบอลลีกแชมเปี้ยนชิพ ภายใต้การคุมทัพของกุนซือ เปาโล ซูซ่า อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกส โดยนักเตะอย่าง แม็ทธิว โอ๊คลี่ย์ กัปตันทีม, แจ็ค ฮ็อบส์ อดีตเด็กปั้นของลิเวอร์พูล, บรูโน่ แบร์เนอร์ อดีตนักเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึง มิเกล วิตอร์ ที่ถูกยืมตัวมาจากเบนฟิก้า
            เมื่อพูดถึงตำนานนักเตะ เลสเตอร์เป็นสโมสรที่ปั้นนักเตะดังและมีดาราลูกหนังชั้นนำหลายรายแวะเวียนมาค้าแข้ง สำหรับชื่อที่ติดอันดับ 100 ตำนานนักเตะซึ่งคัดเลือกโดยฟุตบอลลีก เมื่อปี 1998 ก็มีถึง 5 ราย แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องมี แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษยุคปี 1984-1992 เจ้าของรางวัลดาวซัลโวสูงสุดฟุตบอลโลกปี 1986 ผู้เป็นเด็กปั้นของเลสเตอร์ โดยอยั่บสโมสรช่วงปี 1978-1985 ก่อนย้ายไปสังกัดเอฟเวอร์ตัน, บาร์เซโลน่า รวมถึงท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์
            ส่วนอีก 2 ราย คือ กอร์ดอน แบงค์ส ตำนานจอมหนึบทีมชาติอังกฤษ ยุคปี 1963-1972 เขาถูกดึงมาจากเชสเตอร์ฟิลด์ และอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ ช่วงปี 1959-67 โดยสหพันธ์ประวัติศาสตร์ และสถิติฟุตบอลนานาชาติ (IFFHS) ได้เลือกให้เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมอันดับ 2 ตลอดกาล รองจากเลฟ ยาชิน
            ตำนานเลสเตอร์อีกคนคือ ปีเตอร์ ซิลตัน ก็เป็นนายทวารดีกรี “สิงโตคำราม” แต่ลงสนามช่วงปี 1970-1990 เขาถูกเลสเตอร์ปั้นเมื่อปี 1966-74 ก่อนไปคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ กับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในปี 1979 และ 1980 รวมทั้งคว้าแชมป์ลีกอังกฤษฤดูกาล 1977-78 และเขายังเป็นเจ้าของสถิติลงเล่นระดับอาชีพมากที่สุดในโลกถึง 1,005 นัด สำหรับนักเตะพรีเมียร์ลีกที่มาจากเลสเตอร์ ก็คือ เอมิล เฮสกี้ กองหน้า แอสตัน วิลล่า, โจ แม็ตต็อค แบ็กซ้ายเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
            ช่วงเวลาที่ผ่านมา เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เปลี่ยนผู้จัดการทีมถึง 17 คน เพื่อที่จะกลับคืนสู่สังเวียนพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สมหวัง จนในเดือนสิงหาคม ปี 2010 กลุ่มบริษัท คิง พาวเวอร์โดย วิชัย ศรีวัฒนประภา ได้เข้ามาเทกโอเวอร์สโมสรแห่งนี้ จากมิลาน มันดาริช เศรษฐีชาวเซอร์เบีย และได้ปรับปรุงพัฒนาสโมสร ท่ามกลางกระแสชาวเมืองที่ต่อต้านด้วยเป้าหมายที่ว่า “ต้องการพาทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก” และได้ไว้วางใจให้ไนเจล เพียร์สัน เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมในฤดูกาล 2002/03 กุนซือเพียร์สันก็ได้พาทีมเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ตัดเชือกกับทีมวัตฟอร์ดแต่ก็พลาดท่ากลายเป็นวัตฟอร์ดเข้าชิงตั๋วขึ้นพรีเมียร์ลีกกับคริสตัล พาเลซ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ได้กลายเป็นพลังและแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ให้กับเหล่าจิ้งจอกสยาม
            จากความผิดหวังในฤดูกาลที่ผ่านมา กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นให้กับ ไนเจล เพียร์สัน และลูกทีมในการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และสิ่งหนึ่งที่เป็นแรงผลักดันคือความไว้เนื้อเชื่อใจของประธานสโมสรอย่าง คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ที่ให้โอกาสไนเจล เพียร์สัน คุมทีมต่อไป และเขาก็เลือกให้นักเตะชุดเดิมจากฤดูกาลที่แล้วอย่าง เวส มอร์แกน, แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ลอยด์ ดายเออร์, แอนดี้ คิง และ เดวิด นิวเจนท์ เป็นแกนหลักนำทีมในฤดูกาล 2013/14 ซึ่งเหล่าจิ้งจอกก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างเหนือชั้นสร้างสถิติไร้พ่ายถึง 21 นัด และสามารถพาทีมเลื่อนชั้นอัตโนมัติทั้งที่เหลือเกมการแข่งขันอีก 6 นัด
            แต่ความสำเร็จแค่เลื่อนชั้นยังไม่พอสำหรับกุนซือเพียร์สัน เพราะเขาได้ให้สัญญากับลูกทีมว่าจะพาทีมคว้าแชมป์มาครองให้ได้ จากจุดนี้ได้สร้างกำลังใจและแรงผลักดันให้ลูกทีมสามารถพาทีมขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการคว้าแชมป์เดอะแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ได้สำเร็จด้วยสถิติ 102 คะแนน จากการยิงจุดโทษของ เดวิด นิวเจนท์ ในนัดสุดท้ายที่เปิดรังคิง เพาเวอร์สเตเดี้ยม พบกับคอนคาสเตอร์ นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในรอบ 10 ปีของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่สามารถพาทีมก้าวขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก ได้อีกครั้ง
            สำหรับนักเตะชุดปัจจุบันที่น่าจับตามองก็มีหลายคนทีเดียว เริ่มตังแต่นายทรารมือกาวทีมชาติเดนมาร์ก ด้วยสถิติรักษาคลีนซีตได้ถึง 19 นัด แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ลูกชายของยอดนายทวารอย่าง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ขณะที่กองหน้าอย่าง เดวิด นิวเจนท์ก็สร้างสถิติยิงไป 20 ประตู กับ 12 แอสซิสต์ ส่วนแดนกลางต้องยกให้ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ อดีตเด็กปั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มีบทบาทในเกมรุกอย่างมาก และจะไม่พูดถึงกองกลางดาวซัลโวอีกคนไม่ได้ หนึ่งเด็กปั้นจากชุดเยาวชนเลสเตอร์ ซิตี้ แอนดี้ คิงที่ได้รับสมญานามจากแฟนบอลว่า “มิสเตอร์เลสเตอร์” ด้านกองหลังต้องยกให้กัปตันทีม เวส มอร์แกน เซนเตอร์วัย 30 อดีตเด็กฝึกของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่มีความแข็งแกร่งในการปะทะกับคู่ต่อสู้



            หลังจากจบฤดูกาลที่ผ่านมา ทัพจิ้งจอกก็ได้ยกพลมาฉลองแชมป์ที่ประเทศไทย ให้แฟนๆ ชาวไทยได้ภูมิใจกับสโมสรของคนไทย น้องใหม่แห่งพรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะกลับไปเตรียมตัวสู้ศึกในฤดูกาลหน้า แต่การเดินทางสู่พรีเมียร์ลีกยังไม่จบลงเท่านั้นหลังจากที่พักผ่อนชาร์จพลังกันอย่างเต็มที่ เหล่าจิ้งจอกก็ได้เข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมเป็นที่เรียบร้อย เพื่อเตรียมความพร้อมสู้ศึกปรีซีซั่น

            การปรีซีซั่นครั้งนี้พวกเขาไม่พลาดที่จะมาเยือนเมืองไทย และเตรียมควงแขน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตันเดินทางมาระเบิดศึกแมตช์พิเศษที่สนามศุภชลาศัย ในวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ค. นี้ เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่คิง เพาเวอร์ครบรอบ 25 ปี และเป็นของขวัญให้แฟนบอลชาวไทยได้ร่วมสนุกกับฟุตบอลนัดพิเศษจาก 2 ทีมแห่งพรีเมียร์ลีก สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 500, 1,000 และ 2,000 บาท


แทงบอลออนนไลน์กับ Bodog
แทงบอลออนไลน์ M88